กระทรวงอุตฯ เร่งขับเคลื่อนธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม ตั้งเป้าปี’64 ดึง 184 โรงงานเข้าร่วมสร้างเครือข่าย

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมให้ความสำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศให้มีความเข้มแข็งอย่างมีศักยภาพ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และการมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำกับดูแลสถานประกอบการและเฝ้าระวังสถานประกอบการให้ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยมีการนำมาตรการเชิงรุกมาใช้ในการตรวจสอบควบคู่กับการนำระบบธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมที่มีประสิทธิภาพมาประยุกต์ใช้ร่วมกัน เช่น การเปิดเผยข้อมูล การเข้าไปตรวจสอบข้อมูล และการแก้ไขปัญหาร่วมกัน ซึ่งในปัจจุบันจะเห็นได้ว่าภาคอุตสาหกรรมมีการพัฒนาและเติบโตเป็นไปอย่างรวดเร็ว และย่อมมีโอกาสที่จะเกิดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมทั้งปัญหามลพิษทางอากาศและทางน้ำที่จะนำไปสู่ผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ และประชาชนในชุมชนโดยรอบ

กระทรวงอุตสาหกรรม จึงกำหนดแนวทางสำหรับการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน โดยนำหลัก ธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม ที่ขับเคลื่อนและสานพลังจาก 3 ภาคส่วนสำคัญ คือ สถานประกอบการ ประชาชน และภาคราชการ มาปรับใช้ โดยให้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด ทั้ง 76 จังหวัด ร่วมสร้างความรู้ความเข้าใจและสร้างความตระหนักให้แก่ผู้ประกอบการและประชาชน รวมทั้งเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินการของสถานประกอบการ เพื่อเป็นเครือข่ายสำคัญในการเฝ้าระวังและร่วมป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมและตอบสนองนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้โรงงานอุตสาหกรรมหรือสถานประกอบการอุตสาหกรรมอยู่ร่วมกับชุมชนได้

นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า การบริหารจัดการลุ่มน้ำและพัฒนาระบบธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม เป็นมาตรการสำคัญที่กระทรวงอุตสาหกรรมดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยสื่อสารถ่ายทอดนโยบายและแนวทางการดำเนินการเรื่องธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมเป็นประจำทุกปีให้แก่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด เพื่อปลูกฝังให้บุคลากรในสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดที่เกี่ยวข้องกับภาคประชาชนเกิดความตระหนัก

โดยนำหลักธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม 7 ข้อประกอบด้วย 1. หลักประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร 2. หลักประชาชนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา 3. หลักความโปร่งใส 4. หลักความรับผิดชอบต่อสังคม 5. หลักนิติธรรม 6. หลักความยุติธรรม และ 7. หลักความยั่งยืนมาปรับใช้กับการดำเนินกิจการของสถานประกอบการ เพื่อเป็นการลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่จะเกิดขึ้นต่อประชาชนและชุมชนโดยรอบของสถานประกอบการ โดยจะเริ่มการดำเนินงานเชิงรุกด้วยการกำหนดและวางมาตรการการตรวจสอบสถานประกอบการที่ถูกร้องเรียนและสถานประกอบการที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำสายหลักที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาการปล่อยน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ

ซึ่งผลการดำเนินงานที่ผ่านมาถือว่าประสบความสำเร็จ ได้รับการตอบรับอย่างดีจากภาคเอกชนและประชาชนในพื้นที่ โดยในปี 2563 มีผู้ประกอบการนำระบบธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมมาใช้และผ่านเกณฑ์มาตรฐานรายใหม่เพิ่มขึ้น 188 ราย และมีการตรวจสอบคุณภาพในลุ่มน้ำสายหลัก ลำธาร คู คลอง หนอง และบึง ที่สำคัญในพื้นที่รวมทั้งสิ้น 1,133 จุด ส่งผลให้มีสถานประกอบการเข้าร่วมนับตั้งแต่ปี 2551-ปัจจุบัน จำนวน 2,724 โรง มีเครือข่ายสะสมรวม 12,676 ราย และในปี 2564 ยังได้ตั้งเป้าหมายในการสร้างการ มีส่วนร่วมจากสถานประกอบการไม่น้อยกว่า 184 ราย ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถขับเคลื่อนงานให้เป็นไปตามเป้าได้ เพื่อมุ่งให้เกิดการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ สู่การเป็นอุตสาหกรรมสีเขียว ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจควบคู่กับความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ที่มา : ข่าวสดออนไลน์ 21 มี.ค.2564
https://www.khaosod.co.th/economics/news_6174640

บจก.สยามบราเดอร์
บจก.สยามบราเดอร์
บจก.ศตวรรษพลาสติก
บจก.ศตวรรษพลาสติก
เราเป็นผู้จำหน่ายเม็ดพลาสติก
บจก.เทพวิจิตรอุตสาหกรรม
บจก.เทพวิจิตรอุตสาหกรรม
บจก.เกรียงไทยพลาสเท็ค
บจก.เกรียงไทยพลาสเท็ค
บจก.วัลย์ดีพาณิชย์อุตสาหกรรม
บจก.สุขเจริญเทรดดิ้ง
บจก.สุขเจริญเทรดดิ้ง
บจก.โรงงานทอผ้าใบไนล่อนชัยศิริ
บจก.โรงงานทอผ้าใบไนล่อนชัยศิริ
บจก.โปลิโฟมอุตสาหกรรม
บจก.โปลิโฟมอุตสาหกรรม
บจก.ไทยเพ็ทอุตสาหกรรม
บมจ.ทานตะวันอุตสาหกรรม
บจก.ไทย-เอเซีย พี.อี. ไพ้พ์
บจก.ไทย-เอเซีย พี.อี. ไพ้พ์
บจก.แปรงไทยแห่งแรก
บจก.ไทยโรตารี่พลาสติก
บจก.ไทยโรตารี่พลาสติก
บจก.กรีนพลาสติกแอนด์เคมีคัล ผู้จำหน่ายเม็ดพลาสติกและเคมีภัณฑ์
พระคุณท่าน
พระคุณท่าน
Credit: Free Joomla! templates by Engine Templates, Modified by KPPM